พระราชกฤษฎีกา
ว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา
และครุยวิทยฐานะของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
พ.ศ. 2543
---------------------------------
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2543
เป็นปีที่ 55 ในรัชกาลปัจจุบัน
            พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
            โดยที่เป็นการสมควรกำหนดปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชาและครุยวิทยฐานะ ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
            อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 221 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย กับมาตรา 49 วรรคสอง และมาตรา 53 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2541 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
            มาตรา 1 พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า "พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา และครุยวิทยฐานะของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2543"
            มาตรา 2 พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
            มาตรา 3 ให้กำหนดปริญญาในสาขาวิชา และอักษรย่อสำหรับสาขาวิชาของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ดังนี้
            (1) สาขาวิชาคหกรรมศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ
                (ก) เอก เรียกว่า "คหกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิต" ใช้อักษรย่อ "คศ.ด." และ "ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต" ใช้อักษรย่อ "ปร.ด."
                (ข) โท เรียกว่า "คหกรรมศาสตรมหาบัณฑิต" ใช้อักษรย่อ "คศ.ม."
                (ค) ตรี เรียกว่า "วิทยาศาสตรบัณฑิต" ใช้อักษรย่อ "วท.บ."
            (2) สาขาวิชาบริหารธุรกิจ มีปริญญาสามชั้น คือ
                (ก) เอก เรียกว่า "บริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิต" ใช้อักษรย่อ "บธ.ด." และ "ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต" ใช้อักษรย่อ "ปร.ด."
                (ข) โท เรียกว่า "บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต" ใช้อักษรย่อ "บธ.ม."
                (ค) ตรี เรียกว่า "บริหารธุรกิจบัณฑิต" ใช้อักษรย่อ "บธ.บ."
            (3) สาขาวิชาบัญชี มีปริญญาสามชั้น คือ
                (ก) เอก เรียกว่า "บัญชีดุษฎีบัณฑิต" ใช้อักษรย่อ "บช.ด." และ "ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต" ใช้อักษรย่อ     "ปร.ด."
                (ข) โท เรียกว่า "บัญชีมหาบัณฑิต" ใช้อักษรย่อ "บช.ม."
                (ค) ตรี เรียกว่า "บัญชีบัณฑิต" ใช้อักษรย่อ "บช.บ."
            (4) สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ
                (ก) เอก เรียกว่า "วิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิต" ใช้อักษรย่อ "วท.ด." และ "ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต" ใช้อักษรย่อ "ปร.ด."
                (ข) โท เรียกว่า "วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต" ใช้อักษรย่อ "วท.ม."
                (ค) ตรี เรียกว่า "วิทยาศาสตรบัณฑิต" ใช้อักษรย่อ "วท.บ.
            (5) สาขาวิชาวิศวกรรมศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ
                (ก) เอก เรียกว่า "วิศวกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิต" ใช้อักษรย่อ "วศ.ด." และ "ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต" ใช้อักษรย่อ "ปร.ด."
                (ข) โท เรียกว่า "วิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต" ใช้อักษรย่อ "วศ.ม."
                (ค) ตรี เรียกว่า "วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต" ใช้อักษรย่อ "วศ.บ."
            (6) สาขาวิชาศิลปศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ
                (ก) เอก เรียกว่า "ศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิต"ใช้อักษรย่อ "ศศ.ด." และ "ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต" ใช้อักษรย่อ "ปร.ด."
                (ข) โท เรียกว่า "ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต" ใช้อักษรย่อ "ศศ.ม."
                (ค) ตรี เรียกว่า "ศิลปศาสตรบัณฑิต" ใช้อักษรย่อ "ศศ.บ."
            (7) สาขาวิชาศึกษาศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ
                (ก) เอก เรียกว่า "ศึกษาศาสตรดุษฎีบัณฑิต" ใช้อักษรย่อ "ศษ.ด." และ "ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต" ใช้อักษรย่อ "ปร.ด."
                (ข) โท เรียกว่า "ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต" ใช้อักษรย่อ "ศษ.ม"
                (ค) ตรี เรียกว่า "ศึกษาศาสตรบัณฑิต" ใช้อักษรย่อ "ศษ.บ."
            (8) สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ
                (ก) เอก เรียกว่า "เศรษฐศาสตรดุษฎีบัณฑิต" ใช้อักษรย่อ "ศ.ด." และ "ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต" ใช้อักษรย่อ "ปร.ด."
                (ข) โท เรียกว่า "เศรษฐศาสตรมหาบัณฑิต" ใช้อักษรย่อ "ศ.ม."
                (ค) ตรี เรียกว่า "เศรษฐศาสตรบัณฑิต" ใช้อักษรย่อ "ศ.บ."
            (9) สาขาวิชาสถาปัตยกรรมศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ
                (ก) เอก เรียกว่า "สถาปัตยกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิต" ใช้อักษรย่อ "สถ.ด." และ "ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต" ใช้อักษรย่อ "ปร.ด."
                (ข) โท เรียกว่า "สถาปัตยกรรมศาสตรมหาบัณฑิต" ใช้อักษรย่อ "สถ.ม."
                (ค) ตรี เรียกว่า "สถาปัตยกรรมศาสตรบัณฑิต" ใช้อักษรย่อ "สถ.บ."
            (10) สาขาวิชาสัตวแพทยศาสตร์ มีปริญญาหนึ่งชั้น คือ ตรี เรียกว่า "วิทยาศาสตรบัณฑิต" ใช้อักษรย่อ "วท.บ. และ "สัตวแพทยศาสตรบัณฑิต" ใช้อักษรย่อ "สพ.บ."
            ทั้งนี้ ให้ระบุชื่อสาขาวิชาหรือวิชาเอกไว้ในวงเล็บต่อท้ายปริญญาด้วย ถ้ามี
            มาตรา 4 ครุยวิทยฐานะของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มีสามชั้น ดังนี้
            (1) ครุยดุษฎีบัณฑิต เป็นเสื้อคลุมทำด้วยผ้าสีดำผ่าอกตลอดหลังจีบ ชายครุยสูงจากพื้นประมาณ 1 ฟุต ด้านหน้าทั้งสองข้างโอบรอบคอเสื้อ มีแถบกำมะหยี่สีน้ำเงินเข้ม กว้าง 10 เซนติเมตร ยาวตลอดตัวเสื้อ แขนเสื้อกว้าง ยาวตกข้อมือ ตอนกลางแขนทั้งสองข้างมีแถบกำมะหยี่สีน้ำเงินเข้ม กว้าง 4 เซนติเมตร ยาวพาดด้านข้าง จำนวนสามแถบติดเรียงกัน ระยะห่าง 5 เซนติเมตร มีผ้าคล้องคอด้านในสีเขียว ด้านนอกสีดำ มีแถบกำมะหยี่สีตามสีประจำคณะ กว้าง 13 เซนติเมตร ทาบรอบคอ ปลายนอกของผ้าคล้องคอขลิบด้วยผ้าสีเขียว กว้าง 1 เซนติเมตร ประกอบด้วยหมวกแผ่นสี่เหลี่ยมจัตุรัส ยาวด้านละ 24 เซนติเมตร ทำด้วยผ้าหรือสักหลาดสีดำติดกระดุมดิ้นทองที่กลางหมวกหนึ่งเม็ด โยงด้วยไหมสีทองมาที่กระดุมดิ้นทอง ที่ขอบหมวกอีกหนึ่งเม็ด มีพู่หมวกสีทองจากกระดุมดิ้นทองที่ขอบหมวกยาว 12 เซนติเมตร
            (2) ครุยมหาบัณฑิต เช่นเดียวกับครุยดุษฎีบัณฑิต แต่ไม่มีแถบโอบรอบคอเสื้อด้านหน้า และแขนเสื้อไม่มีแถบ ต้นแขนเสื้อกว้าง ปลายแขนเป็นถุง มีช่องสอดแขนออกที่ด้านบนตรงเหนือข้อศอก มีแถบกำมะหยี่สีตามสีประจำคณะ มีผ้าคล้องคอ กว้าง 8 เซนติเมตร ประกอบด้วยหมวกเช่นเดียวกับ หมวกดุษฎีบัณฑิต ติดกระดุมสีดำที่กลางหมวกหนึ่งเม็ด มีพู่ไหมสีดำยาว 22 เซนติเมตร จากกระดุมเว้นแต่แถบกำมะหยี่ที่ผ้าคล้องคอขอครุยวิทยาศาสตรมหาบัณฑิตในคณะสัตวแพทยศาสตร์ มีสีตามสีประจำบัณฑิตวิทยาลัย
            (3) ครุยสัตวแพทยศาสตรบัณฑิต เช่นเดียวกับครุยมหาบัณฑิต
            (4) ครุยบัณฑิต เช่นเดียวกับครุยมหาบัณฑิต แต่ไม่มีผ้าคล้องคอ แขนเสื้อกว้าง ยาวตกข้อมือ ปลายแขนไม่เป็นถุง ไม่มีช่องสอดแขน มีไหมถักสีตามสีประจำคณะหรือสถาบันสมทบ ขนาดเช่นเดียวกับหมวกมหาบัณฑิต แต่พู่หมวกมีสีตามประจำคณะหรือสถาบันสมทบ
            มาตรา 5 สีประจำคณะ บัณฑิตวิทยาลัยและสถาบันสมทบ มีดังนี้
            (1) สีเหลืองข้าวโพด  สำหรับคณะเกษตร
            (2) สีฟ้าใส  สำหรับคณะบริหารธุรกิจ
            (3) สีน้ำทะเล  สำหรับคณะประมง
            (4) สีขาว สำหรับคณะมนุษยศาสตร์
            (5) สีน้ำตาลแดง สำหรับคณะวนศาสตร์
            (6) สีน้ำเงิน  สำหรับคณะวิทยาศาสตร์
            (7) สีเลือดหมู  สำหรับคณะวิศวกรรมศาสตร์และวิทยาลัยการชลประทาน
            (8) สีเทาเงิน  สำหรับคณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์
            (9) สีม่วง  สำหรับคณะศึกษาศาสตร์
            (10)  สีส้ม  สำหรับคณะเศรษฐศาสตร์
            (11) สีแดง  สำหรับคณะสังคมศาสตร์
            (12) สีฟ้าหม่น  สำหรับคณะสัตวแพทยศาสตร์
            (13) สีชมพูกลีบบัว  สำหรับคณะอุตสาหกรรมเกษตร
            (14) สีเขียวตองอ่อน  สำหรับบัณฑิตวิทยาลัย
            (15) สีบานเย็น  สำหรับวิทยาลัยเทคนิคการสัตวแพทย์
            มาตรา 6 ให้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์จัดทำครุยวิทยฐานะตามพระราชกฤษฎีกานี้ขึ้นไว้เป็นตัวอย่าง
            มาตรา 7 ให้รัฐมนตรีว่าการทบวงมหาวิทยาลัยรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
            ชวน  หลีกภัย
            นายกรัฐมนตรี



หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากได้มีการประกาศใช้บังคับพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2541 และมาตรา 49 วรรคสอง กับมาตรา 53 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวบัญญัติว่าการกำหนดให้สาขาวิชาใด มีปริญญาชั้นใด และจะใช้อักษรย่อสำหรับสาขาวิชานั้นอย่างไร และการกำหนดลักษณะ ชนิด ประเภท และส่วนประกอบของครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่ง ให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้


ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 117 ตอนที่ 36 ก  26 เมษายน 2543